บทความฟอเร็กซ์

10 พฤติกรรมที่นำคุณไปสู่ความล้มเหลวในการเทรด

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเทรดซึ่งนั่นหมายความว่าคุณเป็นเทรดเดอร์คนหนึ่ง คุณเชื่อหรือไม่ว่าเทรดเดอร์
กว่า 90% ในตลาด Forex แห่งนี้มักจะประสบกับความล้มเหลว ความล้มเหลวในทีนี้หมายถึงการเจ๊งหรือขาดทุนจนต้องออกจากตลาดแห่งนี้ไปตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มเทรด หรือเทรดได้กำไรน้อยกว่าเอาเงินไปฝากประจำที่ธนาคาร เพราะเหตุผลเหล่านี้มักจะมีคำถามที่ว่า ทำไมเทรดเดอร์เหล่านั้นมักจะเจ๊งหรือขาดทุนไปตั้งแต่ยังไม่พ้นปีแรก ซึ่งคำตอบนั้นถูกรวบรวมไว้ในบทความนี้นั่นคือพฤติกรรมเหล่านี้ของเทรดเดอร์ที่ประพฤติแบบผิดๆนั่นเอง

1.ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนที่พึ่งเริ่มหัดเทรดใหม่ๆ ก็มักจะชอบไปฟังคนอื่นๆในตลาดมาแนะนำ หรือพูดคุย ตามเว็บบอร์ดและแฟนเพจต่างๆ และจะพยายามทำตามเทคนิคของคนเหล่านั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่าจะนำความล้มเหลวมาสู่ตนเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นคุณควรเทรดตามสิ่งที่คุณคิดและวางแผนเอาไว้ในรูปแบบของคุณมากกว่าการทำตามวิธีหรือเทคนิคของคนอื่น เพราะคุณไม่มีทางที่จะเรียนแบบเขาได้ทั้งหมดและผลลัพธ์ที่ออกมาต่างกันแน่นอน

2.พยายามถัวเฉลี่ยขาดทุน เทรดเดอร์มือใหม่มักมีความคิดว่า “หุ้นลงให้ซื้อ หุ้นขึ้นให้ขาย” ความจริงแล้วอาจจะถูกแค่ในบางส่วนเท่านั้น เพราะเวลาที่หุ้นลงคุณทราบหรือไม่ว่าหุ้นลงสุดแล้วหรือมันกำลังจะขึ้นดังนั้นความคิดแบบนี้อาจทำให้คุณเทรดแพ้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณควรรู้จักจัดการกับความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น การถัวเฉลี่ยขาดทุน เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับพอร์ตของคุณโดยไม่จำเป็น

3.ไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน ซึ่งข้อนี้สำคัญมากๆ ถ้าการเทรดของคุณไม่มีจุดตัดขาดทุนก็เหมือนกันรถที่ไม่มีเบรก เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยุดก็จะไม่สามารถหยุดได้ ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง

4.ไม่ทำตามแผนที่คุณวางไว้ ถึงแม้เทรดเดอร์มือใหม่บางคนจะศึกษามาอย่างดี มีการวางแผนการลงทุน แต่พอถึงเวลาเทรดจริงกลับไม่ทำตามแผน ซึ่งการกระทำนี้ก็ไม่ได้ได้ต่างจากคนที่ไม่ได้วางแผนการลงทุน เพราะวางแผนมา
คุณก็ไม่ทำตามแผนของตนเอง

5.เทรดด้วนความตื่นเต้นและเร้าใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราเจออะไรใหม่ๆก็มักจะดูตื่นตาตื่นใจไปหมด ยิ่งคุณเห็นหุ้นตัวไหนวิ่งเร็วๆแรงๆแล้วละก็ความโลภนั้นจะมาครอบงำคุณเข้าทันที การกระทำแบบนี้เป็นอันตรายมากต่อการเทรดในตลาด เพราะเมื่อใดที่คุณเทรดด้วยความโลภโดยไม่ศึกษาให้ดีก่อน ผลที่ตามมาอาจนำคุณไปสู่ความล้มเหลวได้ง่ายเลยทีเดียว

6.เมื่อขาดทุนแล้วคิดจะเอาคืน เทรดมือใหม่เมื่อเทรดแพ้ก็คือจะเอาทุนคืนทันที และการคิดด้วยความรวดเร็วเช่นนั้นมักจะทำให้คุณใช้อารมณ์ในการตัดสินใจทันที และไปทำนอกเหนือแผนที่คุณได้วางเอาไว้ ส่งผลให้ต้องลงทุนเทรดบ่อยๆ ยิ่งเทรดด้วยอารมณ์ยิ่งทำให้คุณขาดทุนเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นการกระทำแบบนี้ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง มันจะทำให้คุณหมดตัวได้ในระยะเวลาอันสั้นนั่นเอง

7.เชื่อทุกอย่างที่อ่านเจอ ถึงแม้ว่าคุณจะอ่านและศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี คุณก็ไม่ควรที่จะเชื่อทุก อย่างที่คุณอ่านเจอ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ดรีวิว หรือหนังสือคู่มือก็ตาม คุณควรคิดไตร่ตรองหาเหตุผลมาประกอบ ให้ดี เพราะสิ่งที่คุณอ่านมาใช่ว่าจะถูกต้องทั้งหมด หรือถึงแม้จะถูกต้องทั้งหมด ก็ใช่ว่าจะนำมาใช้ในการเทรด ของคุณได้ทั้งหมดเช่นกัน

8.เชื่อว่าการวิเคราะห์เทคนิคเป็นคำตอบสุดท้าย เป็นเรื่องธรรมดาที่เทรดเดอร์ทั้งมือเก่ามือใหม่เชื่อ ว่าการเทรดในตลาดหุ้นที่จะทำกำไรได้มากมายและทำกำไรได้ในระยะยาว จะต้องศึกษาการวิเคราะห์เทคนิคอย่างจริงใจ โดยไม่สนใจศึกษาสิ่งอื่นประกอบไปด้วย

9.เชื่อว่าอินดิเคเตอร์ยิ่งเยอะยิ่งส่งผลดี เทรดเดอร์มือให้แทบจะทุกคนที่อ่าตำราแล้วมักจะร้อนวิชาอยากจะลองเทรดจริง ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่ว่าอินดิเคเตอร์นั้นมีเยอะมากๆ แต่ถึงจะมีเยอะอย่างไรก็มีหน้าที่หลักๆเพียงไม่กี่อย่าง เช่น การบอกแนวโน้ม การบอกโมเมนตัม เป็นต้น แต่เทรดเดอร์มือใหม่มักจะเพิ่มอินดิเคเตอร์เข้าไปจนเต็มจอ ทำให้แทบจะมองไม่เห็นแท่งราคาด้วยซ้ำ การทําเช่นนี้บางครั้งมันอาจส่งผลแย่มากกว่าส่งผลดีได้ เพราะตัวแปรของอินดิเคเตอร์แต่ละตัวแตกต่างกัน ความไวนั้นจึงต่างกัน ส่งผลให้การตีความแตกต่างกัน ทําให้เกิดการขัดแย้งเพราะไม่รู้จะเชื่ออันไหนดี ซึ่งอาจจะทำให้คุณพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

10.มองแนวโน้มในตลาดไม่เป็น เทรดเดอร์ส่วนใหญ่คงจะเคยได้ยินคำว่า “Trend is your friend” กันแทบจะทุกคน ถ้าหากคุณใช้วิธีการเทรดแบบตามแนวโน้มแล้วละก็ คุณต้องสามารถระบุว่าช่วงนั้นตลาดมีแนวโน้มอย่างไร ข้อนี้สำคัญอย่างมาก ซึ่งจริงๆ ในตลาดนี้การมองแนวโน้มให้ออกนั้นก็ว่ายากแล้ว และการมองแนวโน้มที่แตกต่างกันก็จะส่งผลให้ แผนการเทรดนั้นแตกต่างกันไปอีกด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ถึงแม้เทรดเดอร์แทบทุกคนจะรู้จัก “Trend is your friend” แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ก็ยังขาดทุนอยู่ดี

Tags
Show More

Related Articles

Check Also

Close
Back to top button
Close
Close