บทความฟอเร็กซ์

ประวัติความเป็นมาของกราฟแท่งเทียนที่ใช้เทรด Forex

การเทรด Forex นั้นต้องอาศัยการอ่านกราฟที่มีประสิทธิภาพสูง โดยคนที่เพิ่งเริ่มเล่นควรต้องเริ่มอ่านกราฟมาตรฐาน อย่างกราฟแท่งเทียนให้เป็นก่อน จึงจะพัฒนาไปอ่านกราฟในแบบอื่นๆ เพื่อดูแนวโน้มในการเทรด Forex เพื่อให้การเทรดนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้กำไรมากกว่าขาดทุน ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของกราฟแท่งเทียน กราฟที่หลายคนใช้ในการเทรด Forex ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง และมีแนวคิดเป็นแบบไหน ถึงนำมาใช้ในการเทรด Forex

คนที่ริเริ่มในใช้กราฟแท่งเทียน คือ Munehisa Homma โดยครอบครัวของท่านนั้น ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายข้าว ท่านจึงมีความเก่งในเรื่ององธุรกิจค้าข้าว และที่สำคัญยังเป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ของผู้คนได้เป็นอย่างดี และมีความรู้ทางด้านการเงินด้วย รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้แต่งตั้งเขาให้เป็นที่ปรึกษาด้านการคลัง โดยแนวคิดของท่านนั้นมีอยู่ 3 ประการ เกี่ยวกับกิจการการค้าข้าวที่เรานำมาใช้ในการเทรด Forex คือ

1. ราคาของข้าวนั้นมีความสำคัญมากกว่า ข้อมูลต่างๆรวมถึงผลประกอบการด้วย ซึ่งตามแนวคิดนี้อาจอนุมานได้ว่า ราคาของสกุลเงินที่ใช้ในการเทรด Forex มีความสำคัญมากที่จะทำให้เรานั้นเลือกคู่สกุลเงินในการเทรดนั่นเอง โดยไม่ได้สนใจว่า ในขณะนั้นควรจะเลือกเทรดคู่ไหนก่อนจึงจะตรงกับความสามารถของเราที่มีอยู่ หรือตรงกับกระแสตลาด เป็นต้น
2. ผู้ที่ทำการซื้อขายข้าว จะซื้อขายข้าวจากอารมณ์ของตัวเอง ไม่ได้ใช้เหตุผลในการซื้อขายมากนัก จริงอยู่ที่การเทรด Forex ต้องเรียนรู้เรื่องกระแสตลาด แต่ในบางครั้งเราก็เทรดจากอารมณ์ของตัวเองเช่นกัน
3. ราคาที่ซื้อขายข้าวไม่ใช่ราคาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันของผู้ซื้อและผู้ขายมากกว่า ซึ่งตรงกับเรื่องค่าของสกุลเงิน Forex ที่มีการกำหนดค่าขึ้นมาตามกระแสของตลาด เป็นต้น

จากแนวคิดนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเทรด Forex อย่างมาก จึงได้มีการวิเคราะห์โดยนำกราฟแท่งเทียนมาใช้ในการดูแนวโน้มของการเทรด Forex ซึ่งจะช่วยให้เรานั้นได้กำไรจากการเทรดมากยิ่งขึ้น และถือว่าเป็นกราฟมาตรฐานที่นักเทรด Forex ควรดูให้เป็นด้วย ก่อนที่เราจะไปดูกราฟในแบบอื่นๆ เพราะว่าการจะเทรด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องดูกราฟได้หลายแบบ และต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านด้วย เพื่อให้คุณนั้นสามารถเทรด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ได้กำไร และมีความสุขในการเทรดอีกด้วย

Tags
Show More

Related Articles

Check Also

Close
Back to top button
Close
Close