บทความฟอเร็กซ์

นโยบาย หรือเงื่อนไขของโบรกเกอร์

ก่อนที่คุณจะเลือกโบรกเกอร์ออนไลน์ คุณควรจะหาข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขของโบรกเกอร์ของคุณให้รอบคอบเสียก่อน เช่น

1. คู่เงินที่สามารถเทรดได้ คุณควรจะดูว่าโบรกเกอร์มีคู่เงินหลักๆอย่างน้อย 7 ค่าเงินให้เล่น เช่นAUD, CAD, CHF, EUR, GBP, JPY, และ USD

2. Transaction Costs คือค่าใช้จ่ายในการส่งออเดอร์นั่นเอง ซึ่งจะถูกคิดเป็น pip ซึ่งถ้ายิ่งค่า spread ต่ำเท่าไหร่ในการเทรดต่อครั้งหมายความว่าเรามีโอกาสในการทำกำไรสูงขึ้นเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ที่ spread สูงๆ คุณก็จะเห็นความแตกต่างของมันชัดเจนเช่น Bid กับ Ask หรือ Spread ของ EUR/USD ทั่วไปแล้วควรจะเป็น 3 pip แต่ว่าคุณอาจจะหาโบรกเกอร์ที่มีspread แค่ 2 หรือน้อยกว่านั้นได้

3. Margin ที่ต้องใช้สำหรับมาร์จิ้นที่จะต้องใช้ต่ำมากๆ (นั่นหมายถึงว่าต้องใช้ leverage สูง) ซึ่งหมายถึงโอกาสในการทำกำไรและโอกาสขาดทุนมีสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งเปอร์เซ็นต์มาร์จิ้นนั้นส่วนมากจะอยู่ที่ .25% ถ้าเราหาโบรกเกอร์ที่มีมาร์จิ้นถูกๆได้ยิ่งดี คุณต้องทำความเข้าใจกับการสวิงของค่าเงินด้วย และให้ระวังการใช้มาร์จิ้นของคุณ

4. ขนาดของการเทรดอย่างน้อย ขนาดของการเทรดที่ 1 ลอทอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโบรกเกอร์ ซึ่งบางโบรกเกอร์อาจจะเท่ากับ 1,000 , 10,000 หรือ 100,000 ดอลล่าร์ ต่อ 1 ลอท ซึ่งถ้า 1 ลอทมีมูลค่า 100,000 เหรียญว่า standard ถ้า 1 ลอทมีมูลค่า 10,000 เรียกว่า Mini และถ้า 1 ลอท มีมูลค่า 1,000 เรียกว่า micro บางโบรกเกอร์อาจจะมีขนาดในการส่งออร์เดอร์ที่เล็กกว่านี้ให้คุณได้อีก เรียกว่า odd lot ซึ่งคุณสามารถกำหนดขนาดการส่งออเดอร์ของคุณได้

5. Rollover /swap Rollover ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยของแต่ละประเทศที่ใช้ค่าเงินนั้นๆอยู่ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยอีกค่าเงินที่อยู่ในคู่ของค่าเงิน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันมาก เท่าไหร่ก็จะทำให้เราต้องจ่ายหรือรับค่า Rollover เยอะขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด GBP/USD ถ้าเงินปอนด์มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงหรือว่าแตกต่างมากกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ดังนั้นการคิดค่า Rollover ของการถือเงินปอนด์จะแพง ในทางตรงกันข้ามถ้าเงินสวิสฟรังค์มีอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้นการถือค่าเงิน USD/CHF ข้ามคืนก็จะมีค่าใช้จ่ายน้อยเช่นเดียวกัน

6. อัตราดอกเบี้ยในบัญชีแบบ Margin Account การจ่ายดอกเบี้ยของโบรกเกอร์ส่วนมากขึ้นอยู่กับ ขนาดของมาร์จิ้นของลูกค้า ซึ่งจะขึ้นหรือลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศออกมา ถ้าคุณคิดที่จะหยุดเทรดไปซักพัก แต่ว่าดอกเบี้ยในบัญชีมาร์จิ้นของคุณยังคงถูกคิดต่อไป จำไว้ว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้คุณ ปล่อยให้ดอกเบี้ยออกมามากขึ้น นอกจากคุณจะใช้มาร์จิ้นแค่ 2 เปอร์เซ็นต์คือ leverage 1: 50
• Trading Hours แทบจะทุกโบรกเกอร์จะใช้เวลาในการเริ่มเปิดตลาดเป็นเวลาเดียวกันกับที่ตลาดฟอร์เร็กซ์ทั่วโลก

Tags
Show More

Related Articles

Check Also

Close
Back to top button
Close
Close